www.งานราชการดี.com
สื่อสังคมข่าวสาร ข้าราชการไทย

- Advertisement -

ถามตอบทุกเรื่องราวเกี่ยวกับการเป็นทหาร

- Advertisement -

ทหารไทย ถาม-ตอบ ปัญหาทุกเรื่อง ที่เกี่ยวข้องกับการเข้ามาเป็นทหาร ทั้งพลทหาร นายสิบ นายร้อย ทหารหญิง เงินเดือน สวัสดิการ และอื่นๆ อีกมากมาย

**สงสัยส่วนไหนกรุณาถามทิ้งไว้ใน “ช่องเฟซบุ๊กคอมเมนต์” ด้านใต้ของข่าวนี้ ทีมงานจะมาตอบภายหลัง และแจ้งกลับไปครับ**

FAQ ทหารไทย

A: อันนี้ต้องพูดตรงๆ ว่าจริงครับ อย่างน้อยที่สุดการรับการฝึกทหารใหม่ก็ทำให้คุณมีวินัยมากขึ้น ทั้งต่อตัวเองและผู้อื่นครับ ยังได้ฝึกใช้ชีวิตในสังคมที่มีความกดดัน รวมถึงสภาพร่างกายที่ดีขึ้นทุกคนแน่นอน และสำหรับคนที่ว่างงาน การเข้ารับราชการทหารยังมีรายได้ที่ไม่ได้ขี้เหล่ ถ้าเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำด้วยนะครับ

A: ต้องบอกให้เข้าใจก่อนว่าทหารมีหลายกองทัพ หลายเหล่านะครับ อย่างทหารบกมี 17 เหล่า แต่เหล่ารบหลักจริงๆ มีแค่ 3 เหล่า เหล่าที่เหลือก็ทำหน้าที่ต่างๆ ของตัวเองไป ส่วนเหล่ารบก็ทำการฝึก และการพัฒนา เช่น ช่วยเหลือชาวบ้าน บริการประชาชน ทำงานร่วมกับตำรวจและส่วนท้องถิ่น หรืออื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมายครับ

ทหาร 17 เหล่า มีอะไรบ้าง?
1. เหล่าทหารราบ หน้าที่ เป็นกองกำลังหลักของกองทัพบก : เครื่องหมาย > รูปปืนเล็กไขว้ประกอบกับตับกระสุน

2. เหล่าทหารม้า หน้าที่ มี 3 ประเภท : เครื่องหมาย > รูปกระบี่ไขว้ประกอบกับเกือกม้าและรถถัง

2.1.ทหารม้ารถถัง
2.2.ทหารม้าลาดตระเวน
2.3.ทหารม้าบรรทุกยานเกราะ

3. เหล่าทหารปืนใหญ่ หน้าที่ สนับสนุนการรบด้วยการยิงปืนใหญ่ : เครื่องหมาย > รูปปืนใหญ่ ไขว้ประกอบกับลูกระเบิดมีเปลว

4. เหล่าทหารช่าง หน้าที่ ดูแลเทคนิคในการช่าง : เครื่องหมาย > รูปพลั่วกับขวาน ไขว้ประกอบกับสมอ

5. เหล่าทหารสื่อสาร หน้าที่ ใช้เครื่อมือสื่อสารติดต่อระหว่างผู้บังคับบัญชา : เครื่องหมาย > รูปสายฟ้าแลบประกอบกับจักร

6. เหล่าทหารขนส่ง หน้าที่ ลำเลียงยุทโธปกรณ์ : เครื่องหมาย > รูปพวงมาลัยเรือ ประกอบกับจักรและปีกนกบนแผ่นโล่

7. เหล่าทหารสรรพาวุธ ตรววจเก็บรักษาอุปกรณ์ด้านอาวุธต่างๆ : เครื่องหมาย > รูปลูกระเบิดมีเปลว

8. เหล่าทหารพลาธิการ หน้าที่ เลี้ยงดูบำรุงหน่วยทหาร : เครื่องหมาย > รูปกระบี่ไขว้ประกอบกับจักรสามจักร

9. เหล่าทหารสารวัตร หน้าที่ ดูแลด้านระเบียบวินัยในกองทัพ : เครื่องหมาย > รูปปืนพกไขว้ประกอบกับจักร

10. เหล่าทหารสารบรรณ หน้าที่ ดำเนินงานทางด้านเอกสาร : เครื่องหมาย > รูปกระบี่กับปากกาไขว้ประกอบกับหนังสือ

11. เหล่าทหารการเงิน หน้าที่ ดูแลด้านการเงิน : เครื่องหมาย > รูปกระบี่ไขว้ประกอบกับช้างสามเศียร

12. เหล่าทหารพระธรรมนูญ หน้าที่ ควบคุมปฏิบัติตามกฎหมายแบบธรรมเนียมทหาร : เครื่องหมาย > รูปพระดุลพ่าห์ประกอบกับจักร

13. เหล่าทหารแพทย์ หน้าที่ รักษาทหารในยามสงครามและยามสงบ : เครื่องหมาย > รูปพญานาคคู่พันคบเพลิง

14. เหล่าทหารแผนที่ หน้าที่ ทำแผนที่ให้กับหน่วยทหาร : เครื่องหมาย > รูปกระบี่ไขว้ประกอบกับกล้องส่อง

15. เหล่าทหารการสัตว์ หน้าที่ ดูแลด้านการเกษตรกรรม : เครื่องหมาย > รูปพญานาคไขว้ประกอบกับเกือกม้า

16. เหล่าทหารดุริยางค์ หน้าที่ ให้ความบังเทิงกับทหาร : เครื่องหมาย > รูปพิณ

17. เหล่าทหารการข่าว หน้าที่ ดำเนินการเกี่ยวกับการข่าวทางทหาร : เครื่องหมาย > รูปสายฟ้ากับลูกศรไขว้ประกอบกับดาวแปดแฉกบนแผ่นโล่

รายละเอียดหน้าที่เหล่าทหารบก
สำหรับการตัดสินใจเลือกเหล่า

1. ทหารราบ กำลังพลด้านนี้มาจาก
– นักเรียนนายสิบทหารบกเหล่าทหารราบ
– นักเรียนนายสิบเหล่าทหารราบ (ศร.) รับเฉพาะทหารเกณฑ์ ทบ. ที่ประจำแล้ว 1 ปี ทุกเหล่า หรือเคยประจำการ 1 ปี
– ทหารกองหนุน(เฉพาะจากทหารเกณฑ์ที่ประจำการเหล่าทหารราบไม่น้อยกว่า 1 ปี) และ
– นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

เป็นเหล่าทหารหลักในการรบของกองทัพบก มีหน้าที่เข้าแย่งยึดพื้นที่ซึ่งทหารเหล่าอื่น ๆ มาสามารถกระทำได้ โดยใช้อาวุธประหน่วยทหารราบหรือด้วยความช่วยเหลือของทหารเหล่าอื่น เนื่องจากเหล่าทหารราบเป็นเหล่าที่เคลื่อนที่ด้วยเท้าได้ทุกภูมิประเทศและฤดูกาล ไม่จำกัดดินฟ้าอากาศ ทำการรบได้ทุกภูมิประเทศและเหตุการณ์ จึงมีหน้าที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ ทำการสังหารหรือจับข้าศึกที่ยึดพื้นที่อยู่ ขับไล่ ไล่ติดตาม หรือทำให้ข้าศึกอลหม่าน

นอกจากนี้เป็นเหล่าที่มีจำนวนทหาร อาวุธ เครื่องมือ เครื่องใช้ในการรบมาก บางครั้งสามารถทำการรบได้ โดยไม่ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากทหารเล่าอื่น จึงมีหน้าที่ในการยึดและรักษาพื้นที่ซึ่งเข้าครอบครองไว้โดยไม่ยอมถอนตัว แม้ว่าในปัจจุบันจะมียานยนต์และอาวุธต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไปมากแล้วก็ตาม หน้าที่ของทหารราบก็ยังมีความสำคัญอยู่เช่นเดิม

2. ทหารม้า กำลังพลด้านนี้มาจาก
– นักเรียนนายสิบทหารบกเหล่าทหารม้า
– ทหารกองหนุน(เฉพาะจากทหารเกณฑ์ที่ประจำการเหล่าทหารม้าไม่น้อยกว่า 1 ปี) ที่สอบบรรจุส่วนกำลังรบ และ
– นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

ได้แบ่งออกเป็น 3 ประเภท แต่ละประเภทมีหน้าที่แตกต่างกันดังนี้

2.1 ทหารม้ารถถัง มีหน้าที่ดำเนินกลยุทธ์ เข้าประชิดและทำลายข้าศึกโดยใช้คุณลักษณะ ดังนี้ มีความคล่องแคล่วในการเคลื่อนที่ , มีเกราะป้องกันตนเอง , มีอำนาจการยิงที่รุนแรง , มีอำนาจการทำลายและข่มขวัญ

2.2 ทหารม้าลาดตระเวนไม่ว่าจะเป็นกองพันทหารม้ายานยนต์ และกองพันทหารม้าลาดตระเวน จะมีหน้าที่ในการปฏิบัติการลาดตระเวนและระวังป้องกันให้กับหน่วยเหนือและหน่วยที่ไปขึ้นสมทบโดยทำการรบด้วยวิธีการรุก ราบและรบหน่วงเวลา

2.3 ทหารม้าบรรทุกยานเกราะ เป็นหน่วยที่มีหน้าที่ดำเนินกลยุทธ์หลัก โดยมียานยนต์สายพานหุ้มเกราะ หรือยานหุ้มเกราะอื่นใดนอกเหนือจากรถถังเป็นยานรบหลัก ทำการรบบนยานพาหนะเคียงบ่าเคียงไหล่กับทหารม้ารถถังโดยตลอด จะลงรบบนดินต่อเมื่อมีความจำเป็นที่ต้องดำเนินกลยุทธ์ทางพื้นดิน เพื่อชดเชยจุดอ่อนของทหารม้ารถถังเท่านั้น

3. ทหารปืนใหญ่ กำลังพลด้านนี้มาจาก
– นักเรียนนายสิบทหารบกเหล่าทหารปืนใหญ่
– ทหารกองหนุน(เฉพาะจากทหารเกณฑ์ที่ประจำการเหล่าทหารปืนใหญ่ไม่น้อยกว่า 1 ปี) ที่สอบบรรจุส่วนกำลังรบ และ
– นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

ทำการรบด้วยอำนาจการยิง จึงมีหน้าที่ช่วยเหลือทหารราบในการยิงฉากเพื่อให้ทหารราบปฏิบัติการได้สะดวก นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ยิงช่วยโดยตรง และยิงคุ้มครองทหารราบในการเข้าตีดังนั้นทหารปืนใหญ่กับทหารราบ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติการร่วมกันอย่างแน่นแฟ้น และยังมีทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ซึ่งมีหน้าที่ทำการร่วมกับเครื่องบินขับไล่ป้องกันภัยทางอากาศ หรือสถานที่และตำบลสำคัญทางพื้นดิน หรืออากาศยานของเราและทำการยิงนำให้เครื่องบินของเราเห็นเครื่องบินข้าศึกในเวลากลางคืน อาจใช้ไฟฉายช่วยก็ได้

4. ทหารช่าง กำลังพลด้านนี้มาจาก
– นักเรียนนายสิบทหารบกเหล่าทหารช่าง
– ทหารกองหนุน(เฉพาะจากทหารเกณฑ์ที่ประจำการเหล่าทหารช่างไม่น้อยกว่า 1 ปี) ที่สอบบรรจุส่วนกำลังรบ
– นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
– บุคคลทั่วไปวุฒิปวช.ด้านช่างที่สอบบรรจุทหารชั้นประทวนตามหน่วยของกองทัพบก และสอบกับกรมการทหารช่างโดยตรง และ
– บุคคลทั่วไปวุฒิป.ตรี-โทที่สอบบรรจุทหารชั้นสัญญาบัตรของทบ.(จะเป็นวุฒิด้านวิศวกรรม วิทย์คอม สถาปัตย์)

เป็นเหล่าทหารเทคนิคในการช่าง จึงมีหน้าที่ในการสร้างดัดแปลงซ่อมแซมถนนและสะพาน ฯลฯ และงานทั้งปวงที่จะต้องจัดและเตรียมการนอกจากนี้ทหารช่างสามารถทำการรบร่วมกับทหารราบในการเข้าตีที่มั่นถาวรหรือที่มั่นดัดแปลงอย่างแข็งแรงของข้าศึกได้

5. ทหารสื่อสาร กำลังพลด้านนี้มาจาก
– นักเรียนนายสิบทหารบกเหล่าทหารสื่อสาร
– ทหารกองหนุน(เฉพาะจากทหารเกณฑ์ที่ประจำการเหล่าทหารสื่อสารไม่น้อยกว่า 1 ปี) ที่สอบบรรจุส่วนกำลังรบ
– นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
– บุคคลทั่วไปวุฒิปวช.ด้านช่างที่สอบบรรจุทหารชั้นประทวนตามหน่วยของกองทัพบก และสอบกับกรมการทหารสื่อสารโดยตรง และ
– บุคคลทั่วไปวุฒิป.ตรี-โทที่สอบบรรจุทหารชั้นสัญญาบัตรของทบ.(จะเป็นวุฒิด้านวิศวกรรม คอม ไฟฟ้า อิเล็กฯ)

มีหน้าที่ในการใช้เครื่องมือสื่อสาร เช่น วิทยุ โทรศัพท์ ทัศนสัญญาณ การนำสาร ฯลฯ

6. ทหารขนส่ง กำลังพลด้านนี้มาจาก
– นักเรียนนายสิบทหารบกเหล่าทหารขนส่ง
– นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
– บุคคลทั่วไปวุฒิม.6/ปวช.ด้านช่างที่สอบบรรจุทหารชั้นประทวนตามหน่วยของกองทัพบก และ
– บุคคลทั่วไปวุฒิป.ตรี-โทที่สอบบรรจุทหารชั้นสัญญาบัตรของทบ.(จะเป็นวุฒิด้านวิศวกรรมยานยนต์ เครื่องกล ฯลฯ)

มีหน้าที่ลำเลียงโดยตรงและลำเลียงเพิ่มเติม โดยใช้รถไฟ รถยนต์ เรือ สัตว์ต่าง ๆ ฯลฯ และอาจได้รับมอบให้ควบคุมป้องกัน รักษาหน่วยลำเลียงด้วย

7. ทหารสรรพาวุธ กำลังพลด้านนี้มาจาก
– นักเรียนนายสิบทหารบกเหล่าทหารสรรพาวุธ
– นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
– บุคคลทั่วไปวุฒิปวช.ด้านช่างที่สอบบรรจุทหารชั้นประทวนตามหน่วยของกองทัพบก ปละสอบกับกรมสรรพาวุธทหารบกโดยตรง และ
– บุคคลทั่วไปวุฒิป.ตรี-โทที่สอบบรรจุทหารชั้นสัญญาบัตรของทบ.(จะเป็นวุฒิด้านวิศวกรรมยานยนต์ เครื่องกล ฯลฯ)

มีหน้าที่พิจารณาคิดค้นอาวุธยุทธโธปกรณ์ จะทำประโยชน์ให้แก่ราชการ นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ตรวจ เก็บรักษา แนะนำและแก้ไขซ่อมแซมอาวุธต่าง ๆ ให้ใช้การได้อยู่เสมอ

8. ทหารพลาธิการ กำลังพลด้านนี้มาจาก
– นักเรียนนายสิบทหารบกเหล่าทหารพลาธิการ
– นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
– บุคคลทั่วไปวุฒิม.6/ปวช.ที่สอบบรรจุทหารชั้นประทวนตามหน่วยของกองทัพบก และ
– บุคคลทั่วไปวุฒิป.ตรี-โทที่สอบบรรจุทหารชั้นสัญญาบัตรของทบ.(จะเป็นวุฒิด้านวิศวกรรมเครื่องกล อุตสาหการ การผลิต เคมี ฯลฯ)

มีหน้าที่ในการเลี้ยงดู บำรุงหน่วยทหารให้ได้รับความสุขสมบูรณ์ในเรื่องอุปโภคบริโภคต่าง ๆ มีหน้าที่ในการเพิ่มกำลังและส่งกำลัง เก็บรักษาจ่ายของประจำหน่วยทหาร และอาวุธกระสุน

9. ทหารสารวัตร กำลังพลด้านนี้มาจาก
– นักเรียนนายสิบทหารบกเหล่าทหารสารวัตร
– นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
– บุคคลทั่วไปวุฒิม.6/ปวช.ที่สอบบรรจุทหารชั้นประทวนตามหน่วยของกองทัพบก
– ทหารกองหนุนเพศชาย ที่สอบเป็นพลสารวัตร (ทหารอัตราพลอาสาสมัครรับราชการจนเกษียณ) และ
– บุคคลทั่วไปวุฒิป.ตรี-โทที่สอบบรรจุทหารชั้นสัญญาบัตรของทบ.(รับเฉพาะเพศชาย วุฒินิติศาสตร์เท่านั้น)

มีหน้าที่เกี่ยวกับการสารวัตรทหาร กิจการเชลยศึกรักษาความสงบเรียบร้อยและระเบียบวินัยทหาร, การจราจร, การอพยพของหลบภัย ป้องกัน สืบสวนและสอบสวนอาชญากรรมในกองทัพบก จับกุมผู้ขาดหนีราชการ

10. ทหารสารบรรณ กำลังพลด้านนี้มาจาก
– บุคคลทั่วไปวุฒิปวช.ที่สอบบรรจุทหารชั้นประทวนตามหน่วยของกองทัพบก (พวกตำแหน่งเสมียนต่างๆ) และ
– บุคคลทั่วไปวุฒิป.ตรี-โทที่สอบบรรจุทหารชั้นสัญญาบัตรของทบ.(จะเป็นวุฒิด้านคอมพิวเตอร์ วิทยาศาสตร์ บริหาร การจัดการ เศรษฐศาสตร์ ฯลฯ)

มีหน้าที่ดำเนินงานธุรกิจ การรับ – ส่ง แยกหนังสือราชการ การบรรจุ เลื่อน ปลดและย้ายตำแหน่ง การเบี้ยหวัด การบำเหน็จบำนาญ และลงทัณฑ์ และประวัติการโต้ตอบ การพิมพ์โฆษณา การกฎหมาย การสัสดี และหน้าที่อื่น ๆ ที่ได้รับมอบ

11. ทหารการเงิน กำลังพลด้านนี้มาจาก
– นักเรียนนายสิบทหารบกเหล่าทหารการเงิน
– บุคคลทั่วไป วุฒิปวช.ด้านพณิชยการทุกสาขา ที่เรียนบัญชีไม่ต่ำกว่า 30 หน่วยกิตที่สอบบรรจุทหารชั้นประทวนของกรมการเงินทหารบก และ
– บุคคลทั่วไปวุฒิป.ตรี-โทที่สอบบรรจุทหารชั้นสัญญาบัตรของทบ.(จะเป็นวุฒิด้านการเงิน การบัญชี การธนาคารเท่านั้น)

มีหน้าที่เบิกจ่ายเงินเดือน เบี้ยเลี้ยง เงินค่าใช้สอยต่าง ๆ มีหน้าที่ควบคุมการใช้จ่ายของหน่วยทหารให้เป็นไปตามระเบียบแบบธรรมเนียมของทหารด้วย

12. ทหารพระธรรมนูญ กำลังพลด้านนี้มาจาก
– ทหารสังกัดกองทัพบก จะเปิดสอบภายใน (ส่วนใหญ่รับเพศชาย จะเป็นวุฒินิติศาสตร์เท่านั้น)
– บุคคลทั่วไป วุฒิปริญญาตรีนิติศาสตร์และเป็นสมาชิกเนติบัณฑิตยสภา สอบบรรจุทหารชั้นสัญญาบัตรของทบ.

มีหน้าที่ควบคุมปฏิบัติตามกฎหมาย และระเบียบแบบธรรมเนียมของทหาร ดำเนินการไปในกระบวนยุติธรรมทั้งปวงที่เกิดขึ้นแก่บุคคลหรือทหารและหน่วยทหาร ในการพิจารณาฟ้องร้อง ตัดสินพิจารณาไปตามตัวบทกฎหมายนั้น ๆ

13. ทหารแพทย์ กำลังพลด้านนี้มาจาก
– นักเรียนนายสิบทหารบกเหล่าทหารแพทย์
– นักเรียนแพทย์ทหาร วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า
– นักเรียนพยาบาลกองทัพบก
– บุคคลทั่วไปวุฒิม.6/ปวช.ที่สอบบรรจุทหารชั้นประทวนของกรมแพทย์ทหารบก และ
– บุคคลทั่วไปวุฒิป.ตรี-โทที่สอบบรรจุทหารชั้นสัญญาบัตรของทบ.(จะเป็นวุฒิเภสัช กายภาพบำบัด รังสี ทันตะกรรม โภชนาการ วิทยาศาสตร์การอาหาร เทคนิคการแพทย์ จิตวิทยา และสังคมสงเคราะห์)

มีหน้าที่ในการรักษาพยาบาล ทั้งในยามปกติและยามสงคราม ทั้งมีหน้าที่ตรวจตราการสุขาภิบาล และการอนามัยของหน่วยทหารตลอดจนการควบคุมและแนะนำในเรื่องการรักษาพยาบาล เพื่อให้มีกำลังสำหรับปฏิบัติเต็มตามอัตราอยู่เสมอ

14. ทหารแผนที่ กำลังพลด้านนี้มาจาก
– นักเรียนนายสิบแผนที่
– นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และ
– บุคคลทั่วไปวุฒิป.ตรี-โทที่สอบบรรจุทหารชั้นสัญญาบัตรของทบ.(จะเป็นวุฒิวิศวกรรมสำรวจ)

มีหน้าที่ทำแผนที่ตำบลต่าง ๆ ให้แก่หน่วยทหาร เพื่อใช้ในการเดินทางและดำเนินกลยุทธ์ได้ตามภูมิประเทศและสำรวจเส้นทางแก้ไขเพิ่มเติมราละเอียดในแผนที่ของตำบลต่าง ๆ ให้ถูกต้องตรงกับภูมิประเทศที่เป็นจริงอยู่เสมอ

15. ทหารการสัตว์ กำลังพลด้านนี้มาจาก
– นักเรียนนายสิบทหารบกเหล่าทหารการสัตว์
– บุคคลทั่วไปวุฒิม.3-ม.6/เทียบเท่าที่สอบบรรจุเป็นพลอาสาสมัครและทหารชั้นประทวนของกรมการสัตว์ทหารบก และ
– บุคคลทั่วไปวุฒิป.ตรี-โทที่สอบบรรจุทหารชั้นสัญญาบัตรของทบ.(จะเป็นวุฒิสัตวศาสตร์ เกษตรศาสตร์)

มีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับการกำหนดความต้องการ การผลิต การจัดหา การส่งกำลังบำรุง การบริการส่งกำลังสายการสัตว์ การบำรุงและผสมพันธุ์สัตว์ การเสบียงสัตว์ สนับสนุนการปฏิบัติการทางทหารด้วยการใช้สัตว์และการเกษตรของกองทัพบก

16. ทหารดุริยางค์ กำลังพลด้านนี้มาจาก
– นักเรียนดุริยางค์ทหารบก
– บุคคลทั่วไปวุฒิม.3-6 ที่สอบเป็นพนักงานราชการแล้วได้บรรจุภายหลัง และ
– บุคคลทั่วไปเพศชาย(บางครั้งรับเฉพาะทหารกองหนุน) วุฒิม.3ที่สอบบรรจุเป็นพลดุริยางค์(พลอาสาสมัคร)

มีหน้าที่ให้ความบันเทิง เพื่อผ่อนคลายความเคร่งเครียดของทหาร และหน่วยทหาร ปลุกใจและบำรุงขวัญทหารด้วยดนตรี เอให้ทหารได้มีกำลังใจและภูมิใจในเกียรติของนักรบและเข้มแข็งในการปฏิบัติหน้าที่

17. ทหารการข่าว กำลังพลด้านนี้มาจาก
– นักเรียนนายสิบทหารบกเหล่าทหารการข่าว
– นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

มีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับข่าวทางทหารทั้งปวง และปฏิบัติการพิเศษ ในด้านการข่าว รวมทั้งทูตฝ่ายทหารบก และกิจการต่างประเทศของกองทัพบกกำหนดความต้องการ และกำกับการเกี่ยวกับการแจกจ่ายแผนที่ทหาร
https://lifestyle.campus-star.com/knowledge/95395.html

A: อันนี้ขอยกคำตอบบนมาตอบเลยครับ แต่ด้วยความเป็นทหาร เพราะฉนั้นทุกเหล่าเมื่อถึงเวลาคับขันต้องสามารถรบได้แบบทหารราบนะครับ

A: เรามีจำนวนทหารไม่แน่นอนในแต่ละปี แต่ข้อมูลล่าสุดเรามีทหารที่พร้อมรบรวมทุกเหล่าทัพประมาณ 350,000 และกำลังพลสำรองที่สามารถทำการรบได้ (พวกที่เรียน รด.และทหารกองหนุน) อีกประมาณ 250,000 นาย

A: จริงๆ การเกณฑ์นั้นมีมานานแต่โบราณแล้วครับ แต่ของปัจจุบันนี่เพราะมีกฎหมายกำหนดครับ มันมี พรบ.อยู่ฉบับนึง คือพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 ซึ่งใครออกกฎ แล้วทำไมไม่แก้ไข อันนี้ตอบไม่ได้จริงๆ แต่ข้อ (อ้าง) ที่เคยได้ยินคือ เพื่อคานกำลังของประเทศข้างเคียงครับ หากเกิดสงครามก็จะได้มีกำลังรบหลักเสมอ

A: จริงๆ เครื่องแบบทหารนี่ มันมีหลักๆ อยู่ 2 ชุด คือชุดอ่อน และชุดฝึกนะ ไอ้ที่ว่าหนาๆ นี่คือชุดฝึก ส่วนชุดอ่อนนี่ก็เป็นชุดรัดๆ แบบที่เราเห็นตำรวจใส่ครับ แล้วทำไมต้องใส่ไอ้ชุดหนาๆ นี่ เพราะมันเป็นเครื่องแบบไง (ดูเหมือนตอบแบบกำปั้นทุบดินเนอะ) เราใส่ตามระเบียบครับ (ซึ่งเราเลียนแบบมาจากชาติตะวันตกนะ) ในการรบจริงก็ใส่นะ แต่… ดัดแปลงตามสภาพภูมิประทศ บางทีใส่ผ้าใบ ถกขากางเกง หรือใส่ขาสั้นก็มีนะ มีเรื่องเล่าโจ๊กๆ ว่า ทหารปืนใหญ่ที่อยู่แนวข้างหลัง ใส่แค่กางเกงใน ถือกาแฟจิบไปด้วยเวลายิงปืนใหญ่ทีเดียว

A: หลักๆ คือเป็นพลเรือน พลอาสาสมัคร ทหารพราน ทหารกองหนุน กองเกิน หรือกองประจำการ ต้องมีวุฒิ ม.6 หรือเทียบเท่า ถ้าเป็นทหารเก่าจะมีคะแนนช่วยส่วนหนึ่ง(เพราะรับการฝึกและปฏิบัติงานในกองทัพมาแล้ว) ทุกๆ เหล่าทัพจะคล้ายกัน รายละเอียดลองดูตามประกาศรับสมัครนี้ครับ (ของ ยศ.ทบ.)
//www.xn--12clj5bwa4dc9icc9a.com/wp-content/uploads/2018/10/naisib.jpg

A: โรงเรียนนายร้อยของทุกเหล่าทัพจะผ่านโรงเรียนเตรียมทหารมาก่อน (ยกเว้นมาจากนักเรียนนายสิบ) ปัจจุบันโรงเรียนเตรียมทหารรับวุฒิ ม.4 นะครับ ก็ต้องดูว่าเราอยากเข้าเรียนในเหล่าทัพไหน ในแต่ละเหล่าทัพก็จะมีการสอบแยก แล้วค่อยมาเรียนรวมกันในโรงเรียนเตรียมทหาร นอกจากจะสอบวิชาการ แล้วยังมีทดสอบสมรรถภาพร่างกาย จึงต้องมีความพร้อมทั้งทางร่างกาย และความรู้

A: ต่างกันค่อนข้างมาก เพราะหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมขึ้นไป จนถึงผู้บัญชาการเหล่าทัพล้วนมาจากโรงเรียนนายร้อย แต่หัวหน้าส่วนราชการระดับกองพันเคยเห็นบ้างที่มาจากนักเรียนนายสิบ โดยส่วนตัวเคยเห็น ข้าราชการทหารที่มาจากนักเรียนนายสิบมียศก้าวสูงสุดคือพลตรี

A: ได้ครับ มีการรับสมัครข้าราชการทหารอีกประเภทหนึ่ง คือรับสมัครเฉพาะหน้าที่ เช่น รับสมัครเสมียนจำนวน 1 อัตรา (คนสอบกี่คนก็ช่างรับคนเดียว), รับสมัครเจ้าหน้าที่ธุรการ หรือพลขับ โดยการรับสมัครจะมีการรับสมัครจากส่วนกลาง คือ กรมยุทธศึกษาของแต่ละเหล่าทัพ และมีการรับสมัครโดยหน่วยระดับกองพลเปิดอัตราเอง

A: มีโอกาสเป็นไปได้ครับ โดยในสมัยก่อนมีพลทหารที่รวมทำการรบ และได้เลื่อนยศในสนามรบก็มี ในปัจจุบันที่เคยเห็นก็มี ที่พลทหารบางนายที่มีความรู้ความสามารถมาก จนหน่วยเสียดาย และเปิดอัตราให้รับราชการต่อ

A: เงินบำนาญของทหารก็เหมือนของข้าราชการทั่วๆไป แบบบำนาญปกติ และบำนาญ กบข. โดยคิดจากอายุราชการ และขั้นเงินเดือน

A: ได้ครับ ซึ่งในแต่ละครั้งที่เปิดรับสมัครจะมีการระบุว่าต้องการตำแหน่งหน้าที่ใด และรับสมัครเพศใด แต่โดยทั่วไปมีเปอร์เซ็นต์รับผู้หญิงน้อยกว่าผู้ชาย

A: โดยปกติส่วนใหญ่ ทหารหญิงจะทำด้านธุรการและงานเอกสาร แต่ก็ยังมีหลายๆ ส่วนงาน ที่รับสมัครทหารหญิงไปทำด้านอื่น เช่น ดุริยางค์ทหาร สายแพทย์ หรือสายพลาธิการ หรือแม้แต่การรบบางส่วน ก็ ต้องการทหารหญิง

A: ได้ครับ ในประเทศไทยมีนายพลหญิงจำนวนไม่น้อยทีเดียว

A: สวัสดิการของพลทหารเป็นสวัสดิการพิเศษ เนื่องจากไม่ได้เป็นข้าราชการประจำ ให้สิทธิ์เฉพาะบุคคลไม่รวมถึงครอบครัว ซึ่งสิทธิ์จะมีเพียงค่ารักษาพยาบาล และเครื่องนุ่งห่ม

A: การยกเว้นมีสองประเภท คือ 1. ยกเว้นไม่ต้องเข้ารับราชการต้องประจำการ(ยกเว้นตลอดไป) 2. ยกเว้นไม่เรียกมาเข้ารับการตรวจเลือกตามปกติ รายละเอียดตามนี้ครับ
การยกเว้น
การยกเว้น มี ๒ ประเภท คือ
๑. ยกเว้นไม่ต้องเข้ารับราชการกองประจำการ (ยกเว้นให้ตลอดไป) คือ
๑.๑ พระภิกษุที่มีสมณศักดิ์ หรือที่เป็นเปรียญและนักบวชในพระพุทธศาสนาแห่งนิกายจีนหรือ ญวนที่มีสมณศักดิ์
พระภิกษุที่มีสมณศักดิ์ หมายถึง ยศของพระ เช่น เป็นพระครู พระชั้นเทพหรือชั้นธรรม เป็นต้น
ส่วนตำแหน่งของพระ เช่น เป็นเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ อย่างนี้เป็นตำแหน่ง ไม่ใช่สมณศักดิ์ จึงไม่ได้รับการยกเว้น
พระภิกษุที่มีสมณศักดิ์อาจไม่มีตำแหน่งก็ได้
พระภิกษุที่เป็นเปรียญ หมายถึง การศึกษาของพระ เช่น เป็นเปรียญตั้งแต่ ๓ ประโยค ถึง ๙ ประโยค
นักบวชในพระพุทธศาสนาแห่งนิกายจีนหรือญวนที่มีสมณศักดิ์นั้น หมายถึง ผู้ที่บวชในพระพุทธศาสนาเหมือนกัน ต่างกันที่ถือตามนิกายของจีนกับของญวน
นักบวชในพระพุทธศาสนาแห่งนิกายจีนหรือญวน ต้องมีสมณศักดิ์ด้วย จึงจะได้รับการยกเว้น
๑.๒ คนพิการทุพพลภาพซึ่งไม่สามารถเป็นทหารได้
๒. ยกเว้นไม่เรียกมาเข้ารับการตรวจเลือกในยามปกติ คือ
๒.๑ พระภิกษุสามเณรซึ่งเป็นนักธรรม
พระภิกษุสามเณรซึ่งเป็นนักธรรม หมายถึง ผู้ที่จบนักธรรมตรี นักธรรมโท และนักธรรมเอก เมื่อยื่นเรื่องขอยกเว้นและได้รับการยกเว้นแล้ว ไม่ต้องไปแสดงตนเข้ารับการตรวจเลือกฯ ถ้ายื่นไม่ทันก่อนการตรวจเลือก จะนำหลักฐานไปยื่นขอรับการยกเว้นต่อคณะกรรมการตรวจเลือกในวันทำการตรวจเลือกก็ได้ หลักฐานที่ต้องนำไปยื่นต่อนายอำเภอเพื่อขอยกเว้น ได้แก่
– ประกาศนียบัตรจบนักธรรม
– ใบสำคัญ(แบบ สด.๙)
– หมายเรียก(แบบ สด.๓๕)
– หนังสือรับรองของเจ้าอาวาส
– หนังสือสุทธิ
๒.๒ ผู้อยู่ในระหว่างการฝึกวิชาทหาร (ยังไม่จบ รด.ปี ๓)
การขอยกเว้นให้สถานศึกษาจัดทำบัญชีผู้ซึ่งอยู่ในกำหนดต้องเรียกมาตรวจเลือกฯ ส่ง สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และ นรด. ภายในเดือนตุลาคมของทุกปี หลักฐานเป็นหน้าที่ของกระทรวงกลาโหมจะแจ้งไปยังจังหวัดภูมิลำเนาทหารของผู้นั้น ให้จัดการยกเว้นให้ แล้วผู้นั้นไม่ต้องไปเข้ารับการตรวจเลือก
๒.๓ ครูในสถานศึกษา
ครูซึ่งประจำทำการสอนหนังสือหรือวิชาการต่าง ๆ ที่อยู่ในความควบคุมของกระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น รวมถึงครูอัตราจ้างด้วย แต่ครูไม่ได้รับการยกเว้นทุกคน ครูที่จะมีสิทธิได้รับการยกเว้นจะต้องเข้าลักษณะตามที่กำหนด ดังนี้
เป็นครูประจำทำการสอนนักเรียน นิสิต หรือนักศึกษา ไม่น้อยกว่า ๑๕ คนเป็นปกติและในจำนวนนักเรียน นิสิต หรือนักศึกษาไม่น้อยกว่า ๑๕ คนนี้ ยกเว้นครูได้คนเดียว หรือเป็นครูสอนประจำเฉพาะวิชาซึ่งทำการสอนนักเรียน นิสิต หรือนักศึกษาไม่น้อยกว่า ๑๕ คนเป็นปกติ และในจำนวนนักเรียน นิสิต หรือนักศึกษาไม่น้อยกว่า ๑๕ คนนี้ ก็ยกเว้นครูได้คนเดียวเช่นกัน
มีเวลาสอนสัปดาห์ละไม่น้อยกว่า ๑๘ ชั่วโมง สำหรับครูซึ่งประจำทำการสอนในสถานศึกษาตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาลงมา หรือไม่น้อยกว่า ๑๕ ชั่วโมง สำหรับครูซึ่งประจำทำการสอนในสถานศึกษาระดับสูงกว่ามัธยมศึกษา

วิธีการยกเว้นครู
ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องส่งรายชื่อครูซึ่งจะได้รับการยกเว้นไปยังผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งครูผู้นั้นทำการสอนอยู่ในท้องที่ก่อนเดือนเมษายนของปีที่ถูกเรียกไม่น้อยกว่าหกสิบวัน เว้นแต่กรณีการย้ายไปประจำทำการสอนในสถานศึกษาอื่นนอกจากที่กำหนดไว้ในใบสำคัญยกเว้นครู ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องส่งรายชื่อครูที่ย้ายมาประจำทำการสอนซึ่งจะได้รับ การยกเว้นน้อยกว่าหกสิบวันได้ แต่ต้องก่อนการตรวจเลือกในจังหวัดที่เป็นภูมิลำเนาทหารของครูผู้นั้น
ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้ออกใบสำคัญ ยกเว้นครูให้แก่ครูซึ่งทำการสอนอยู่ในท้องที่ แล้วแจ้งให้ผู้อำนวยการเขตหรือนายอำเภอท้องที่ที่เป็น ภูมิลำเนาทหารของครูผู้นั้นทราบ ถ้าครูผู้นั้นมีภูมิลำเนาทหารอยู่ในท้องที่จังหวัดอื่น ต้องแจ้งให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าราชการจังหวัดแห่งท้องที่ที่เป็นภูมิลำเนาทหารของครูผู้นั้นทราบ แล้วให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้รับแจ้งแจ้งให้ผู้อำนวยการเขตหรือนายอำเภอท้องที่ที่เป็นภูมิลำเนาทหารของครูผู้นั้นทราบอีกต่อหนึ่ง ทั้งนี้ให้แจ้งต่อกันภายในกำหนด ๓๐ วัน
๒.๔ ผู้ได้สัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ
เป็นบุคคลที่ได้แปลงสัญชาติเป็นคนไทยตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่จะทราบว่าเป็นบุคคลประเภทนี้ตั้งแต่ไปแสดงตนขอลงบัญชีทหารกองเกินแล้ว จะจัดการยกเว้นให้ทันทีโดยตัวไม่ต้อง ขอยกเว้นอีก
๒.๕ บุคคลซึ่งได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกครั้งเดียวตั้งแต่ ๑๐ ปีขึ้นไปหรือเคยได้รับโทษจำคุกโดยคำ พิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกหลายครั้งรวมกันตั้งแต่ ๑๐ ปีขึ้นไปหรือเคยถูกศาลพิพากษาให้กักกัน
http://www.sussadee.com/News/PR_003.htm

A : ถ้าพูดถึงเงินเดือน พลทหารมีเงินเดือนน้อยมาก คือตั้งแต่ 1,630-3,670 บาท (พ.1 ขั้น 3 – พ.1 ขั้น 16) อันนี้คือล่าสุดที่ผมทราบ แต่พลทหาร ยังมีค่าครองชีพตามกฏหมายค่าครองชีพบวกเพิ่มอีกจนได้รับเงินรวมประมาณ 7,000 บาท และยังมีเงิน รายวันเป็นค่าเบี้ยเลี้ยงอีกวันละ 96 บาท (ปกติจะจ่าย 10 วันครั้ง) และยังมีเบี้ยเลี้ยงพิเศษเมื่อออกปฏิบัติภาระกิจอีกวันละ 19 บาท(ไม่แน่ใจตอนนี้ปรับขึ้นรึยังนะครับ) ถึงตรงนี้เงินเดือนจริงอาจจะไม่มาก แต่ถ้ารวมแล้วทั้งหมด พลทหารก็จะมีรายได้ประมาณเดือนละ 10,000 บาท

A : เมื่อเข้าไปเป็นพลทหาร เบื้องต้นจะมีการฝึกหลักที่ทุกคนจะต้องฝึกเหมือนกันหมดนั่นคือ “การฝึกทหารใหม่” เป็นเวลา 10 สัปดาห์ หลังจากนั้นจะต้องแยกย้ายไปทำงานตามส่วนต่างๆในกองทัพตามหน้าที่ เช่น เสมียน ช่าง พยาบาล แต่หากไปอยู่ในหน่วยรบ ก็อาจจะต้องมีการฝึกเพิ่มตลอดทั้งปี เช่น ฝึกเดินเร่งรีบ ฝึกภาคกองร้อย กองพัน

A : ทหารมีบทวินัยกำกับไว้เพื่อให้ปฏิบัติตามเรียกว่า “วินัย 9 ข้อ” ซึ่ง การกระทำผิดวินัย ก็จะมีบทลงโทษที่เรียกว่า “ทัณฑ์ 5 สถาน” รายละเอียดตามนี้
วินัยทหาร และการลงทัณฑ์
มาตรา ๔ วินัยทหารนั้นคือ การที่ทหารต้องประพฤติตามแบบธรรมเนียมของทหารมาตรา ๕ วินัยเป็นหลักสำคัญที่สุดสำหรับทหาร เพราะฉะนั้นทหารทุกคนจักต้องรักษา โดยเคร่งครัดอยู่เสมอ ผู้ใดฝ่าฝืนท่านให้ถือว่าผู้นั้นกระทำผิดตัวอย่างการกระทำผิดวินัยทหาร มีดังต่อไปนี้

๑.) ดื้อ ขัดขืน หลีกเลี่ยง หรือละเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา เหนือตน
๒.) ไม่รักษาระเบียบการเคารพระหว่างผู้ใหญ่ผู้น้อย
๓.) ไม่รักษามรรยาทให้ถูกต้องตามแบบธรรมเนียมของทหาร
๔.) ก่อให้แตกความสามัคคีในคณะทหาร
๕.) เกียจคร้าน ละทิ้ง หรือเลินเล่อต่อหน้าที่ราชการ
๖.) กล่าวคำเท็จ
๗.) ใช้กิริยาวาจาไม่สมควร หรือประพฤติไม่สมควร
๘.) ไม่ตักเตือนสั่งสอน หรือลงทัณฑ์ผู้ใต้บังคับบัญชาที่กระทำความผิดตามโทษานุโทษ
๙.) เสพเครื่องดองของเมาจนเสียกิริยา
มาตรา ๖ ผู้บังคับบัญชา มีหน้าที่จัดการระวังรักษาวินัยทหารที่ตนเป็นผู้บังคับบัญชาอยู่นั้น โดยการกวดขัน ถ้าหากว่าในการรักษาวินัยทหารนั้น จำเป็นต้องใช้อาวุธ เพื่อทำการปราบปรามทหารผู้ก่อการกำเริบก็ดี หรือเพื่อบังคับทหารผู้ละทิ้งหน้าที่ให้กลับทำหน้าที่ของตนก็ดี ผู้บังคับบัญชาและผู้ที่ช่วยเหลือในการนั้นจะไม่ต้องรับโทษ ในการที่ตนได้กระทำไป โดยความจำเป็นนั้นเลย แต่เมื่อมีเหตุดั่งกล่าวนี้ ผู้บังคับบัญชา จักต้องรายงานไปยังผู้บังคับบัญชาเหนือตน และรายงานต่อไปตามลำดับชั้นจนถึงรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงกลาโหมโดยเร็ว มาตรา ๗ ทหารใดกระทำผิดต่อวินัยทหารจักต้องรับทัณฑ์ตามวิธีที่ปรากฎในหมวด อำนาจลงทัณฑ์ แห่งพระราชบัญญัตินี้ และอาจต้องถูกปลดจากประจำการ หรือถูกถอดจากยศทหาร

อำนาจการลงทัณฑ์
มาตรา ๘ ทัณฑ์ที่จะลงโทษแก่ผู้ที่กระทำผิดต่อวินัยทหาร นั้น ให้มีกำหนดเป็น ๕ สถาน คือ
๑.) ภาคทัณฑ์
๒.) ทัณฑกรรม
๓.) กัก
๔.) ขัง
๕.) จำขัง
มาตรา ๙ ภาคทัณฑ์ คือ ผู้กระทำผิดมีความผิดอันควรต้องรับทัณฑ์สถานหนึ่งสถานใดดั่งกล่าวมาแล้ว แต่มีเหตุอันควรปรานี จึงเป็นแต่แสดงความผิดของผู้นั้นให้ปรากฎหรือให้ทำทัณฑ์บนไว้ ทัณฑกรรมนั้นให้กระทำการสุขา การโยธา ฯลฯ เพิ่มจากหน้าที่ประจำซึ่งตนจะต้องปฏิบัติอยู่แล้ว หรือปรับให้อยู่เวรยามนอกจากหน้าที่ประจำ กัก คือ กักตัวไว้ในบริเวณใดบริเวณหนึ่งตามแต่จะกำหนด ขัง คือ ขังในที่ควบคุมแต่เฉพาะคนเดียวหรือรวมกันหลายคน แล้วแต่จะได้มีคำสั่ง จำขัง คือ ขังโดยส่งไปฝากให้อยู่ในความควบคุมของเรือนจำทหารนอกจากทัณฑ์ที่กล่าวไว้นี้ ห้ามมิให้คิดขึ้นใหม่ หรือใช้วิธีลงทัณฑ์อย่างอื่นเป็นอันขาด
มาตรา ๑๐ ผู้มีอำนาจบังคับบัญชาซึ่งลงทัณฑ์แก่ผู้กระทำผิดได้นั้น คือ
(๑) ผู้บังคับบัญชา หรือ
(๒) ผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจให้บังคับบัญชาตามที่กระทรวงกลาโหม ส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหม กองทัพบก กองทัพเรือ หรือกองทัพ-อากาศกำหนด http://pisanu1004-5.blogspot.com/2009/03/blog-post_25.html

A: การซ่อม เป็นคำศัพท์สแลง หมายถึงการปรับปรุงวินัย หรือการลงโทษ โดยการออกกำลังกายท่าต่างๆ ซึ่งสามารถทำได้ตามสมควร ซึ่งควรยึดถือตามระเบียบ และมีข้อระวังเกี่ยวกับท่ากำลังกายบ้างท่าที่เป็นอันตราย และถูกยกเลิกไม่ให้ใช้

A: ถ้าเป็นนักเรียนนายร้อย หรือนักเรียนนายสิบ จะเลือกเหล่าตามคะแนนสอบ คะแนนดีได้เลือกเหล่าก่อน แต่สำหรับพลทหาร เลือกเหล่าเองไม่ได้ครับ แล้วแต่ว่าในการเกณฑ์จะไปตกที่ใด ค่ายใด

A: อันนี้ตอบยากนะครับ ความมั่นคงของแต่ละคนไม่เท่ากัน สำหรับผมถือว่ามั่นคง (ถ้าเป็นคุณรู้จักกินรู้จักใช้) เพราะเงินเดือนในสายอาชีพนี้ต่ำสุดเริ่มต้นที่ประมาณ 12,000 บาท(สิบตรี) สูงสุดประมาณ 76,000 บาท (อัตราจอมพล) แล้วมีสวัสดิการต่างๆ ค่ารักษาพยาบาลตัวเอง ลูก เมีย พ่อ แม่ฟรี นอนห้องพิเศษได้ ค่าเล่าเรียนบุตรฟรีจนถึงอายุ 20 (มีอัตรา เกินอัตราจ่ายเพิ่มเอง) มีบ้านพักให้อยู่ฟรีจนเกษียณ และสวัสดิการในส่วนของหน่วยงาน เช่น รถรับส่ง น้ำมันลด ทุนการศึกษา ฯลฯ อย่างหน่วยเก่าของผม มีข้าวสารและน้ำมันให้ทุกเดือน และอาหารกลางวันฟรี แทบไม่ต้องใช้เงินเลย

A: ไม่ไปไม่ได้ครับ หากมีคำสั่งต้องปฏิบัติตาม แต่ถ้ามีเหตุขัดข้องที่ไม่สามารถปฏิบัติตามได้ให้เขียนรายงานขึ้นมาตามสายบังคับบัญชาเพื่อขอให้แก้ไขคำสั่งได้ ซึ่งการแก้ไขคำสั่งอยู่ในพิจารณาของผู้บังคับบัญชา

A: ต้องหยุดครับ เพราะถ้ามาถึงขั้นตอนของการจับใบแดงแล้ว ต้องไปรายงานตัวเพื่อเข้ารับราชการเท่านั้น หากมีเหตุจำเป็นในการเรียนหรือทำงานให้ทำเรื่องขอผ่อนผันก่อนถึงขั้นตอนจับใบดำใบแดงครับ

A: สำหรับข้าราชการประจำ(ไม่ใช่พลทหาร) สามารถขอย้ายตัวเองไปอยู่ในหน่วยตามต้องการได้ โดยมีข้อแม้ว่าหน่วยที่จะย้ายเข้าจะต้องมีตำแหน่งรองรับ และพร้อมที่จะรับตัว และหน่วยเดิมต้องยินยอมที่จะให้ย้าย

A: เรื่องนี้ถือว่าเป็นการผิดวินัยที่ร้ายแรง หากเป็นคดีความอาจถึงขั้นต้องออกจากราชการ

A: ตชด. ย่อมาจาก “ ตำรวจตระเวนชายแดน” เป็นตำรวจที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างทหารราบ สืบเนื่องจากสนธิสัญญาเจนีวามีข้อกำหนดว่าในระยะ 25 กิโลเมตรจากแนวชายแดนห้ามไม่ให้มีทหาร แต่เพื่อเป็นการป้องกันและปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ที่อยู่ตามแนวชายแดนจึงได้จัดตั้งตำรวจตระเวนชายแดนขึ้นมาใช้แทนทหาร

A: อาสารักษาดินแดน พัฒนามาจากต้องซื้อปลาในสมัยรัชกาลที่ 6 มีหน้าที่หลักเป็นกำลังสำรองให้กับทหารยามเกิดสงคราม และในยามปกติมีหน้าที่รักษาความสงบภายในประเทศโดยทำงานร่วมกับตำรวจและฝ่ายปกครอง โดยอาสารักษาดินแดนจะขึ้นกับกระทรวงมหาดไท แต่ได้รับการฝึกจากทหาร อาสารักษาดินแดนไม่ถือว่าเป็นข้าราชการ แต่ถือว่าเป็นลูกจ้างของรัฐบาลมีสวัสดิการเฉพาะตัวเองไม่รวมครอบครัว

A: หน่วยพิเศษของทหารมีหลายหน่วย ซึ่งผู้ที่อยู่ในหน่วยพิเศษเหล่านี้จะได้เงินเพิ่มพิเศษค่าเสียอันตราย ดังนั้นการจะเข้าไปอยู่ในหน่วยพิเศษจึงต้องมีคุณสมบัติเฉพาะ และการสอบคัดเลือก ทดสอบความรู้ความสามารถเฉพาะหน้าที่ เช่น หน่วยจู่โจม จะต้องมีเครื่องหมายจู่โจม และเครื่องหมายส่งทางอากาศ (สองหลังสูตรนี้ก่อนเรียนต้องมีการทดสอบแข่งขันเพื่อเข้าเรียนซึ่งหนักพอสมควร และเรียนจบค่อนข้างยาก) มีเครื่องหมายทั้งสองแล้ว ยังจะต้องสอบแข่งขันกันเพื่อเข้าหน่วย

A: มีบ้านพักส่วนตัวให้กับข้าราชการประจำการทุกนาย (ยกเว้นพลทหาร) และสามารถพาครอบครัวมาอยู่ด้วยได้ครับ

A: ในหน่วยทหารมีการจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ของหน่วย ซึ่งจะต่างจากข้าราชการอื่นที่สหกรณ์ออมทรัพย์จัดตั้งเป็นศูนย์กลาง โดยแต่ละหน่วยจัดตั้งสหกรณ์ของตัวเอง (หน่วยระดับกองพล) เท่าที่ทราบน่าจะมีแทบทุกหน่วย

A: อันนี้คำถามโลกแตกครับ ดีนะถ้าไม่มีอะไรที่ดีกว่า (เปล่ากวนจริงๆ นะ) เงินเดือนทหารปัจจุบันเริ่มต้นที่ประมาณ 12,000 บาท (สิบตรี) -76,000 บาท(อัตราจอมพล เช่น ผบ.ทบ. ผบ.สูงสุด) เอากลางๆ เริ่มจากนายสิบถ้าไปเรื่อยๆ จะไปจบบั้นปลายประมาณ 30,000 – 38,000 บาท ขยันๆ ไปจบที่พันเอกอายุ 50 ปลายๆ จะมีเงินเดือนประมาณ 4-5 หมื่นบาท หรือถ้ามาจากโรงเรียนนายร้อยหลักจะไปจบที่ 6-7 หมื่นครับ นอกจากนี้ยังมีสวัสดิการต่างๆ เช่น ค่ารักษาพยาบาลทั้งครอบครัว ค่าเล่าเรียน จิปาถะ คุ้มไหมถามใจดูนะครับ

A: ได้ครับ ถ้าเป็นเหตุซึ่งหน้า เช่น เดินเที่ยวห้างอยู่ อยู่ๆ เจอโจรวิ่งราว แบบนี้จับได้เลยครับ แต่แค่จับส่งตำรวจนะ เพราะหน้าที่ของทหารคือ ผู้เป็นกำลังรักษาความมั่นคงและความสงบสุขภายในประเทศครับ

A: จริงรึเปล่า? ตอบไม่ได้ครับข้อนี้ เพราะไม่เคยติดคุกพลเรือนเลย (เคยแต่ติดคุกทหาร ฮ่า) แต่ตอบได้ว่างบประมาณค่าอาหารของทหารเกณฑ์ได้รับอยู่มื้อละ 18 บาท ซึ่งที่ผมเคยทานในกองพันของผมถือว่าดีเลยครับ กับข้าว 2 อย่าง เติมได้ไม่อั้น และมีของหวานทุกมื้อเย็น แค่ 18 บาท ก็จริงแต่เพราะทำครั้งละมากๆ และเลือกวัตถุดิบตามฤดูกาล ทำได้สบายครับ

A: ถ้าบอกว่าพกแบบตำรวจได้ครับ นั้นเพราะตำรวจได้รับอนุญาตให้พก(มีคำสั่งรองรับ) ทหารก็เช่นเดียวกัน ถ้ามีคำสั่งรองรับพกได้ครับ แต่นอกเหนือคำสั่งก็ทำไม่ได้เหมือนกัน ยกเว้นมีใบพกพาตามกฎหมายเท่านั้นครับ

A: ลองติดตามเว็บ ยศ.ทบ.ครับ (https://atc-rta.thaijobjob.com) ครับ มีเปิดรับสมัครเรื่อยๆ คุณสมบัติก็ดูเอาในเว็บเลยครับ หรือถ้าเป็นทหารเรื่องก็เว็บ ยศ.ทร.(http://www.navedu.navy.mi.th/indexnavedu.html) ส่วนทหารอากาศก็ตามนี้ครับ https://rtafrecruitment.thaijobjob.com/

 

Q: เป็นทหาร (พลทหาร) ได้อะไรมากกว่าที่คุณคิดจริงเหรอ?
A: อันนี้ต้องพูดตรงๆ ว่าจริงครับ อย่างน้อยที่สุดการรับการฝึกทหารใหม่ก็ทำให้คุณมีวินัยมากขึ้น ทั้งต่อตัวเองและผู้อื่นครับ ยังได้ฝึกใช้ชีวิตในสังคมที่มีความกดดัน  รวมถึงสภาพร่างกายที่ดีขึ้นทุกคนแน่นอน และสำหรับคนที่ว่างงาน การเข้ารับราชการทหารยังมีรายได้ที่ไม่ได้ขี้เหล่ ถ้าเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำด้วยนะครับ


Q: ประเทศไทยไม่เห็นมีการรบ แล้ววันๆ ทหารทำอะไรบ้าง?
A: ต้องบอกให้เข้าใจก่อนว่า “ทหารไทย” มีหลายกองทัพ หลายเหล่านะครับ อย่างทหารบกมี 17 เหล่า (https://lifestyle.campus-star.com/knowledge/95395.html) แต่เหล่ารบหลักจริงๆ มีแค่ 3 เหล่า เหล่าที่เหลือก็ทำหน้าที่ต่างๆ ของตัวเองไป ส่วนเหล่ารบก็ทำการฝึก และการพัฒนา  เช่น ช่วยเหลือชาวบ้าน บริการประชาชน ทำงานร่วมกับตำรวจและส่วนท้องถิ่น หรืออื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมายครับ

 

Q: ทหารที่ไม่ต้องไปรบมีไหม?
A: อันนี้ขอยกคำตอบบนมาตอบเลยครับ แต่ด้วยความเป็นทหาร เพราะฉนั้นทุกเหล่าเมื่อถึงเวลาคับขันต้องสามารถรบได้แบบทหารราบนะครับ

 

Q: ในประเทศไทยมีทหารเท่าไหร่?
A: เรามีจำนวนทหารไม่แน่นอนในแต่ละปี แต่ข้อมูลล่าสุดเรามีทหารที่พร้อมรบรวมทุกเหล่าทัพประมาณ 350,000 และกำลังพลสำรองที่สามารถทำการรบได้ (พวกที่เรียน รด.และทหารกองหนุน) อีกประมาณ 250,000 นาย

 

Q : ทำไมชายไทยต้องเป็นทหาร?
A : จริงๆ การเกณฑ์นั้นมีมานานแต่โบราณแล้วครับ แต่ของปัจจุบันนี่เพราะมีกฎหมายกำหนดครับ มี พรบ.อยู่ฉบับนึง คือพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 ซึ่งใครออกกฎ แล้วทำไมไม่แก้ไข อันนี้ตอบไม่ได้จริงๆ แต่ข้อ (อ้าง) ที่เคยได้ยินคือ เพื่อคานกำลังของประเทศข้างเคียงครับ หากเกิดสงครามก็จะได้มีกำลังรบหลักเสมอ

 

Q: ทำไมทหารต้องใส่ชุดหนาๆ
A: จริงๆ เครื่องแบบทหารไทยนี่ มันมีหลักๆ อยู่ 2 ชุด คือชุดอ่อน และชุดฝึกนะ ไอ้ที่ว่าหนาๆ นี่คือชุดฝึก ส่วนชุดอ่อนนี่ก็เป็นชุดรัดๆ แบบที่เราเห็นตำรวจใส่ครับ แล้วทำไมต้องใส่ไอ้ชุดหนาๆ นี่ เพราะมันเป็นเครื่องแบบไง (ดูเหมือนตอบแบบกำปั้นทุบดินเนอะ) เราใส่ตามระเบียบครับ (ซึ่งเราเลียนแบบมาจากชาติตะวันตกนะ) ในการรบจริงก็ใส่นะ แต่… ดัดแปลงตามสภาพภูมิประทศ บางทีใส่ผ้าใบ ถกขากางเกง หรือใส่ขาสั้นก็มีนะ  มีเรื่องเล่าโจ๊กๆ ว่า ทหารปืนใหญ่ที่อยู่แนวข้างหลัง ใส่แค่กางเกงใน ถือกาแฟจิบไปด้วยเวลายิงปืนใหญ่ทีเดียว

Q: อยากเรียนนักเรียนนายสิบต้องทำยังไง
A  หลักๆ คือเป็นพลเรือน พลอาสาสมัคร  ทหารพราน ทหารกองหนุน กองเกิน หรือกองประจำการ ต้องมีวุฒิ ม.6 หรือเทียบเท่า ถ้าเป็นทหารเก่าจะมีคะแนนช่วยส่วนหนึ่ง(เพราะรับการฝึกและปฏิบัติงานในกองทัพมาแล้ว) ทุกๆ เหล่าทัพจะคล้ายกัน รายละเอียดลองดูตามประกาศรับสมัครนี้ครับ คลิ๊กที่นี่ (ของ ยศ.ทบ.) 

 

Q: จะเข้าโรงเรียนนายร้อยต้องเตรียมตัวยังไง
A: โรงเรียนนายร้อยของทุกเหล่าทัพจะผ่านโรงเรียนเตรียมทหารมาก่อน (ยกเว้นมาจากนักเรียนนายสิบ) ปัจจุบันโรงเรียนเตรียมทหารรับวุฒิ ม.4 นะครับ ก็ต้องดูว่าเราอยากเข้าเรียนในเหล่าทัพไหน ในแต่ละเหล่าทัพก็จะมีการสอบแยก แล้วค่อยมาเรียนรวมกันในโรงเรียนเตรียมทหาร นอกจากจะสอบวิชาการ แล้วยังมีทดสอบสมรรถภาพร่างกาย จึงต้องมีความพร้อมทั้งทางร่างกาย และความรู้

 

Q: โรงเรียนนายร้อยกับโรงเรียนนายสิบต่างกันแค่ไหน
A: ต่างกันค่อนข้างมาก เพราะหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมขึ้นไป จนถึงผู้บัญชาการเหล่าทัพล้วนมาจากโรงเรียนนายร้อย แต่หัวหน้าส่วนราชการระดับกองพันเคยเห็นบ้างที่มาจากนักเรียนนายสิบ โดยส่วนตัวเคยเห็น ข้าราชการทหารที่มาจากนักเรียนนายสิบมียศก้าวสูงสุดคือพลตรี

 

Q: ถ้าอายุเกินจากที่จะเข้าโรงเรียนนายสิบและโรงเรียนนายร้อยแล้วสามารถเข้ารับราชการทหารได้รึเปล่า
A: ได้ครับ มีการรับสมัครข้าราชการทหารอีกประเภทหนึ่ง คือรับสมัครเฉพาะหน้าที่ เช่น รับสมัครเสมียนจำนวน 1 อัตรา (คนสอบกี่คนก็ช่างรับคนเดียว), รับสมัครเจ้าหน้าที่ธุรการ หรือพลขับ โดยการรับสมัครจะมีการรับสมัครจากส่วนกลาง คือ กรมยุทธศึกษาของแต่ละเหล่าทัพ และมีการรับสมัครโดยหน่วยระดับกองพลเปิดอัตราเอง

 

Q: เป็นทหารเกณฑ์สามารถเลื่อนยศจนเป็นนายสิบ นายร้อยได้หรือไม่
A: มีโอกาสเป็นไปได้ครับ โดยในสมัยก่อนมีพลทหารที่รวมทำการรบ และได้เลื่อนยศในสนามรบก็มี ในปัจจุบันที่เคยเห็นก็มี ที่พลทหารบางนายที่มีความรู้ความสามารถมาก จนหน่วยเสียดาย และเปิดอัตราให้รับราชการต่อ


Q: หลังเกษียณ เงินบำนาญของทหารไทย อยู่ที่เท่าไหร่บ้าง  

A: เงินบำนาญของทหารก็เหมือนของข้าราชการทั่วๆ ไป แบบบำนาญปกติ และบำนาญ กบข. โดยคิดจากอายุราชการ และขั้นเงินเดือน

 

Q: ผู้หญิงสมัครมาเป็นทหารได้หรือไม่

A: ได้ครับ ซึ่งในแต่ละครั้งที่เปิดรับสมัครจะมีการระบุว่าต้องการตำแหน่งหน้าที่ใด และรับสมัครเพศใด แต่โดยทั่วไปมีเปอร์เซ็นต์รับผู้หญิงน้อยกว่าผู้ชาย

 

Q: “ทหารหญิง” มีหน้าที่ความรับชอบพิเศษไหม

A : โดยปกติส่วนใหญ่ ทหารหญิงจะทำด้านธุรการและงานเอกสาร แต่ก็ยังมีหลายๆ ส่วนงาน ที่รับสมัครทหารหญิงไปทำด้านอื่น เช่น ดุริยางค์ทหาร สายแพทย์ หรือสายพลาธิการ หรือแม้แต่การรบบางส่วน ก็ ต้องการทหารหญิง

 

Q: “ทหารหญิง” เป็นนายพลได้หรือไม่

A : ได้ครับ ในประเทศไทยมีนายพลหญิงจำนวนไม่น้อยทีเดียว

 

Q: ทหารเกณฑ์มีสวัสดิการครอบคลุมแค่ไหนยังไง

A : สวัสดิการของพลทหารเป็นสวัสดิการพิเศษ เนื่องจากไม่ได้เป็นข้าราชการประจำ ให้สิทธิ์เฉพาะบุคคลไม่รวมถึงครอบครัว ซึ่งสิทธิ์จะมีเพียงค่ารักษาพยาบาล และเครื่องนุ่งห่ม

 

Q: บุคคลประเภทใด หรือใครบ้างที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเกณฑ์ทหาร

A : การยกเว้นมีสองประเภท คือ 1. ยกเว้นไม่ต้องเข้ารับราชการต้องประจำการ(ยกเว้นตลอดไป) 2. ยกเว้นไม่เรียกมาเข้ารับการตรวจเลือกตามปกติ  ลองเข้าไปอ่านรายละเอียดตามลิงค์นี้ครับ http://www.sussadee.com/News/PR_003.htm

 

Q: เงินเดือนของทหารเกณฑ์เท่าไหร่ มีรายได้จากไหนบ้าง

A: ถ้าพูดถึงเงินเดือน พลทหารมีเงินเดือนน้อยมาก คือตั้งแต่ 1,630-3,670 บาท (พ.1 ขั้น 3 – พ.1 ขั้น 16) อันนี้คือล่าสุดที่ผมทราบ แต่พลทหาร ยังมีค่าครองชีพตามกฏหมายค่าครองชีพบวกเพิ่มอีกจนได้รับเงินรวมประมาณ 7,000 บาท และยังมีเงิน รายวันเป็นค่าเบี้ยเลี้ยงอีกวันละ 96 บาท (ปกติจะจ่าย 10 วันครั้ง) และยังมีเบี้ยเลี้ยงพิเศษเมื่อออกปฏิบัติภาระกิจอีกวันละ 19 บาท(ไม่แน่ใจตอนนี้ปรับขึ้นรึยังนะครับ)  ถึงตรงนี้เงินเดือนจริงอาจจะไม่มาก แต่ถ้ารวมแล้วทั้งหมด พลทหารก็จะมีรายได้ประมาณเดือนละ 10,000 บาท

 

Q: ระยะเวลาการฝึกซ้อมของทหารเกณฑ์?

A : เมื่อเข้าไปเป็นพลทหาร เบื้องต้นจะมีการฝึกหลักที่ทุกคนจะต้องฝึกเหมือนกันหมดนั่นคือ “การฝึกทหารใหม่” เป็นเวลา 10 สัปดาห์ หลังจากนั้นจะต้องแยกย้ายไปทำงานตามส่วนต่างๆในกองทัพตามหน้าที่ เช่น เสมียน ช่าง พยาบาล  แต่หากไปอยู่ในหน่วยรบ ก็อาจจะต้องมีการฝึกเพิ่มตลอดทั้งปี เช่น ฝึกเดินเร่งรีบ ฝึกภาคกองร้อย กองพัน

 

Q:  การผิดระเบียบของทหารมีบทลงโทษชัดเจนแค่ไหน

A : ทหารมีบทวินัยกำกับไว้เพื่อให้ปฏิบัติตามเรียกว่า “วินัย 9 ข้อ” ซึ่ง การกระทำผิดวินัย ก็จะมีบทลงโทษที่เรียกว่า “ทัณฑ์ 5 สถาน” รายละเอียดตามนี้ http://pisanu1004-5.blogspot.com/2009/03/blog-post_25.html

 

Q: การซ่อมที่ได้ยินกัน เป็นอย่างไร

A : การซ่อม เป็นคำศัพท์สแลง หมายถึงการปรับปรุงวินัย หรือการลงโทษ โดยการออกกำลังกายท่าต่างๆ ซึ่งสามารถทำได้ตามสมควร ซึ่งควรยึดถือตามระเบียบ และมีข้อระวังเกี่ยวกับท่ากำลังกายบ้างท่าที่เป็นอันตราย และถูกยกเลิกไม่ให้ใช้

 

Q: การเลือกเข้าเหล่าทัพของทหารไทย ทำกันยังไง ตามความสมัครใจหรือมีเงื่อนไขใดๆ บ้าง

A : ถ้าเป็นนักเรียนนายร้อย หรือนักเรียนนายสิบ จะเลือกเหล่าตามคะแนนสอบ คะแนนดีได้เลือกเหล่าก่อน แต่สำหรับพลทหาร เลือกเหล่าเองไม่ได้ครับ แล้วแต่ว่าในการเกณฑ์จะไปตกที่ใด ค่ายใด

 

Q: “ทหารไทย” ถือเป็นอาชีพที่มั่นคงหรือไม่

A: อันนี้ตอบยากนะครับ ความมั่นคงของแต่ละคนไม่เท่ากัน สำหรับผมถือว่าอาชีพ “ทหารไทย” มั่นคง (ถ้าเป็นคุณรู้จักกินรู้จักใช้) เพราะเงินเดือนในสายอาชีพนี้ต่ำสุดเริ่มต้นที่ประมาณ 12,000 บาท(สิบตรี) สูงสุดประมาณ 76,000 บาท (อัตราจอมพล) แล้วมีสวัสดิการต่างๆ ค่ารักษาพยาบาลตัวเอง ลูก เมีย พ่อ แม่ฟรี นอนห้องพิเศษได้ ค่าเล่าเรียนบุตรฟรีจนถึงอายุ 20 (มีอัตรา เกินอัตราจ่ายเพิ่มเอง) มีบ้านพักให้อยู่ฟรีจนเกษียณ และสวัสดิการในส่วนของหน่วยงาน เช่น รถรับส่ง น้ำมันลด  ทุนการศึกษา ฯลฯ อย่างหน่วยเก่าของผม มีข้าวสารและน้ำมันให้ทุกเดือน และอาหารกลางวันฟรี แทบไม่ต้องใช้เงินเลย

 

Q: ทหารเกณฑ์ถ้ามีคำสั่งให้ไปลงภาคใต้ ไม่ไปได้หรือไม่

A: ไม่ไปไม่ได้ครับ หากมีคำสั่งต้องปฏิบัติตาม แต่ถ้ามีเหตุขัดข้องที่ไม่สามารถปฏิบัติตามได้ให้เขียนรายงานขึ้นมาตามสายบังคับบัญชาเพื่อขอให้แก้ไขคำสั่งได้ ซึ่งการแก้ไขคำสั่งอยู่ในพิจารณาของผู้บังคับบัญชา

 

Q: ถ้าจับได้ใบแดง เรียนอยู่หรือทำงานจะต้องหยุดหรือไม่

A: ต้องหยุดครับ เพราะถ้ามาถึงขั้นตอนของการจับใบแดงแล้ว ต้องไปรายงานตัวเพื่อเข้ารับราชการเท่านั้น หากมีเหตุจำเป็นในการเรียนหรือทำงานให้ทำเรื่องขอผ่อนผันก่อนถึงขั้นตอนจับใบดำใบแดงครับ

 

Q: ทหารขอย้ายไปประจำจังหวัดที่ต้องการได้หรือไม่ มีระเบียบยังไง

A: สำหรับข้าราชการประจำ (ไม่ใช่พลทหาร) สามารถขอย้ายตัวเองไปอยู่ในหน่วยตามต้องการได้ โดยมีข้อแม้ว่าหน่วยที่จะย้ายเข้าจะต้องมีตำแหน่งรองรับ และพร้อมที่จะรับตัว และหน่วยเดิมต้องยินยอมที่จะให้ย้าย

 

Q: ทหารเป็นชู้หรือนอกใจ ผิดวินัยหรือไม่

A: เรื่องนี้ถือว่าเป็นการผิดวินัยที่ร้ายแรง หากเป็นคดีความอาจถึงขั้นต้องออกจากราชการ

 

Q: ตชด. ถือว่าเป็นว่าเป็นทหารหรือตำรวจ และทำหน้าที่อะไร

A : ตชด. ย่อมาจาก “ ตำรวจตระเวนชายแดน” เป็นตำรวจที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างทหารราบ สืบเนื่องจากสนธิสัญญาเจนีวามีข้อกำหนดว่าในระยะ 25 กิโลเมตรจากแนวชายแดนห้ามไม่ให้มีทหาร แต่เพื่อเป็นการป้องกันและปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ที่อยู่ตามแนวชายแดนจึงได้จัดตั้งตำรวจตระเวนชายแดนขึ้นมาใช้แทนทหาร

 

Q: อาสารักษาดินแดน หน้าที่แตกต่างจากทหารยังไง

A : อาสารักษาดินแดน พัฒนามาจากต้องซื้อปลาในสมัยรัชกาลที่ 6 มีหน้าที่หลักเป็นกำลังสำรองให้กับทหารยามเกิดสงคราม และในยามปกติมีหน้าที่รักษาความสงบภายในประเทศโดยทำงานร่วมกับตำรวจและฝ่ายปกครอง โดยอาสารักษาดินแดนจะขึ้นกับกระทรวงมหาดไท แต่ได้รับการฝึกจากทหาร อาสารักษาดินแดนไม่ถือว่าเป็นข้าราชการ แต่ถือว่าเป็นลูกจ้างของรัฐบาลมีสวัสดิการเฉพาะตัวเองไม่รวมครอบครัว

 

Q: หน่วยพิเศษของทหารคัดเลือกยังไง

A: หน่วยพิเศษของ ทหารไทย มีหลายหน่วย ซึ่งผู้ที่อยู่ในหน่วยพิเศษเหล่านี้จะได้เงินเพิ่มพิเศษค่าเสียอันตราย ดังนั้นการจะเข้าไปอยู่ในหน่วยพิเศษจึงต้องมีคุณสมบัติเฉพาะ และการสอบคัดเลือก ทดสอบความรู้ความสามารถเฉพาะหน้าที่ เช่น หน่วยจู่โจม จะต้องมีเครื่องหมายจู่โจม และเครื่องหมายส่งทางอากาศ (สองหลังสูตรนี้ก่อนเรียนต้องมีการทดสอบแข่งขันเพื่อเข้าเรียนซึ่งหนักพอสมควร และเรียนจบค่อนข้างยาก) มีเครื่องหมายทั้งสองแล้ว ยังจะต้องสอบแข่งขันกันเพื่อเข้าหน่วย

 

Q: ทหารมีบ้านพักสวัสดิการหรือไม่ เอาครอบครัวไปอยู่ด้วยได้หรือเปล่า

A: มีบ้านพักส่วนตัวให้กับข้าราชการประจำการทุกนาย (ยกเว้นพลทหาร) และสามารถพาครอบครัวมาอยู่ด้วยได้ครับ

 

Q: ทหารไทย มีสหกรณ์ออมทรัพย์สามารถกู้ยืมได้เหมือนข้าราชพลเรือนอื่นๆ หรือไม่

A : ในหน่วยทหารมีการจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ของหน่วย ซึ่งจะต่างจากข้าราชการอื่นที่สหกรณ์ออมทรัพย์จัดตั้งเป็นศูนย์กลาง โดยแต่ละหน่วยจัดตั้งสหกรณ์ของตัวเอง (หน่วยระดับกองพล) เท่าที่ทราบน่าจะมีแทบทุกหน่วย

 

Q: สอบเข้าเป็นทหารดีไหม?

A: อันนี้คำถามโลกแตกครับ ดีนะถ้าไม่มีอะไรที่ดีกว่า (เปล่ากวนจริงๆ นะ) เงินเดือนทหารปัจจุบันเริ่มต้นที่ประมาณ 12,000 บาท (สิบตรี) -76,000 บาท(อัตราจอมพล เช่น ผบ.ทบ. ผบ.สูงสุด) เอากลางๆ เริ่มจากนายสิบถ้าไปเรื่อยๆ จะไปจบบันปลายประมาณ 30,000 – 38,000 บาท ขยันๆ ไปจบที่พันเอกอายุ 50 ปลายๆ จะมีเงินเดือนประมาณ 4-5 หมื่นบาท หรือถ้ามาจากโรงเรียนนายร้อยหลักจะไปจบที่ 6-7 หมื่นครับ นอกจากนี้ยังมีสวัสดิการต่างๆ เช่น ค่ารักษาพยาบาลทั้งครอบครัว ค่าเล่าเรียน จิปาถะ คุ้มไหมถามใจดูนะครับ

 

Q: ทหารจับโจรแบบตำรวจได้รึเปล่า?

A: ได้ครับ ถ้าเป็นเหตุซึ่งหน้า เช่น เดินเที่ยวห้างอยู่ อยู่ๆ เจอโจรวิ่งราว แบบนี้จับได้เลยครับ แต่แค่จับส่งตำรวจนะ เพราะหน้าที่ของ “ทหารไทย” คือ ผู้เป็นกำลังรักษาความมั่นคงและความสงบสุขภายในประเทศครับ

 

Q: มีคนบอกว่าอาหารของทหารเกณฑ์เหมือนกับอาหารในคุก จริงรึเปล่าค่ะ?

A: จริงรึเปล่า? ตอบไม่ได้ครับข้อนี้ เพราะไม่เคยติดคุกพลเรือนเลย (เคยแต่ติดคุกทหาร ฮ่า) แต่ตอบได้ว่างบประมาณค่าอาหารของทหารเกณฑ์ได้รับอยู่มื้อละ 18 บาท ซึ่งที่ผมเคยทานในกองพันของผมถือว่าดีเลยครับ กับข้าว 2 อย่าง เติมได้ไม่อั้น และมีของหวานทุกมื้อเย็น แค่ 18 บาท ก็จริงแต่เพราะทำครั้งละมากๆ และเลือกวัตถุดิบตามฤดูกาล ทำได้สบายครับ

 

Q: เป็นทหารพกปืนแบบตำรวจได้รึเปล่าครับ

A: ถ้าบอกว่าพกแบบตำรวจได้ครับ นั้นเพราะตำรวจได้รับอนุญาตให้พก (มีคำสั่งรองรับ) ทหารไทยก็เช่นเดียวกัน ถ้ามีคำสั่งรองรับพกได้ครับ แต่นอกเหนือคำสั่งก็ทำไม่ได้เหมือนกัน ยกเว้นมีใบพกพาตามกฎหมายเท่านั้นครับ

 

Q: เป็นพลทหารสามารถต่อเนื่องไปเป็นนายสิบ นายร้อยได้รึเปล่าครับ

A: ได้ครับ หลักๆ เลยคือสอบเป็นนักเรียนนายสิบต่อไป (ต้องจบ ม.6) ซึ่งการที่เป็นพลทหารจะมีคะแนนช่วยครับ และแต่ละหน่วยก็จะจัดคนมาติวข้อสอบให้ เพราะเหมือนเป็นหน้าเป็นตาของหน่วย และมีอีกกรณีที่เคยเห็นคือ ตอนเป็นพลทหารทำงานเก่งมาก จนหน่วยเสียดายก็จะมีการเปิดตำแหน่งให้เป็นกรณีพิเศษครับ

 

Q: อยากรับราชการทหารบ้าง ต้องทำยังไงครับ

A: ลองติดตามเว็บ ยศ.ทบ.ครับ https://atc-rta.thaijobjob.com   ครับ มีเปิดรับสมัครเรื่อยๆ คุณสมบัติก็ดูเอาในเว็บเลยครับ หรือถ้าเป็นทหารเรื่องก็เว็บ ยศ.ทร. http://www.navedu.navy.mi.th/indexnavedu.html ส่วนทหารอากาศก็ตามนี้ครับ https://rtafrecruitment.thaijobjob.com/  

อ่านข่าวสมัครงานเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่

ดิดตามข่าวสมัครงานราชการได้ที่นี่

กดรับแจ้งเตือนข่าวเปิดสอบ ประกาศผลสอบ ระดับประเทศ! (ได้ทุกระบบ ยกเว้น iOS)

กดรับข่าวเปิดสอบงานราชการ ส่งตรงถึงตัวทันทีไม่มีพลาด!

- Advertisement -

- Advertisement -